Saturday, August 20, 2005

ร่ำ ๆ ว่าจะต้องย้ายบ้านอีกแล้ว

เซ็งโว้ย
อัพหาย...อัพหาย
คนยิ่งไม่มีเวลาอยู่
แม่.......
@#$%$#%$^%#^#$$&#%
คราวนี้จะหายอีกมั้ย

Saturday, July 02, 2005

เมื่อฉันมีรูมเมท เป็นเลสเบี้ยน

3 ปีก่อน เมื่อสมัยชีวิตยังระหกระเหเร่ร่อน ก็ได้จับพลัดจับผลูมาอยู่ร่วมห้องกับเพื่อนสมัยเรียนม.ต้นคนนึง
นิสัยเข้ากันได้ พูดคุยถูกคอ ต่อกันติดถึงจะไม่ได้เจอกันมา 5-6 ปี
อยู่กันไปซักพัก เพื่อนก็เปิดอกเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง
ว่ามันเป็น “เลสเบี้ยน”
สำหรับท่านที่ไม่ถนัดในเรื่องนิยาม จะขอให้คำจำกัดความดังนี้
“เลสเบี้ยน” เป็น รสนิยมทางเพศแบบหนึ่งของผู้หญิง ซึ่งจะรักใคร่ชอบพอกับผู้หญิงด้วยกัน คล้าย ๆ กับ “เกย์” ซึ่งเป็นผู้ชายที่ชอบผู้ชายด้วยกัน (จริง ๆ แล้วเกย์ใช้ได้ทั้งสองเพศ แต่คนไทยนิยมใช้กับผู้ชาย) สองประเภทนี้เป็นประเภทที่พอใจเพศสภาพของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ได้คิดอยากเป็นเพศตรงข้าม แต่พึงใจในเพศรสของเพศเดียวกัน
พวกที่ไม่พอใจในเพศสภาพของตัวเอง เหมือนเกิดมาผิดร่าง ก็ได้แก่ “ตุ๊ด” หญิงในร่างชาย หรือ “ทอม” ชายในร่างหญิง ด้วยความสำนึกในเพศที่แท้จริงของตัวเอง จริงมักพึงใจกับไม้ป่าเดียวกัน ผู้หญิง ที่ชอบชายในร่างหญิง ก็มีศัพท์บัญญัติเหมือนกัน เรียกว่า “ดี้”
ไอ้เพื่อนเราดูภายนอกมันก็เป็นผู้หญิง แต่งเนื้อแต่งตัวเป็นผู้หญิง แอบเปรี้ยวอีกต่างหาก ที่มันสารภาพก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะตกหลุมรักดิฉันหรอกนะคะคุณ เพราะแฟนมันเนี่ยสวยขนาดที่ผู้ชายทั่วไปต้องหยุดมอง
ส่วนดิฉันเองก็ยังคงนิยมผู้ชายอยู่อย่างเหนียวแน่น
จากการได้ฟังมันเล่าก็พบว่า คนพวกนี้นี่มักจะมีปมในวัยเด็กมาทั้งนั้น
อย่างเพื่อนเรามันเล่าว่า ทั้งมันและแฟนมัน มาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ ตัวเพื่อนเองเนี่ย อยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่อนุบาล 1 ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับแม่ อารมณ์ว่าขาดความอบอุ่นจากแม่ เลยทดแทนด้วยความรักจากเพศแม่
ส่วนแฟนเพื่อน พ่อแม่ตายตั้งแต่ยังแบเบาะ ก็คงมีสาเหตุคล้าย ๆ กัน

พอต้องอยู่ด้วยกันก็เลยพยายามทำความเข้าใจ พวกเพศอื่น ๆ ให้มากขึ้น แล้วก็คิดได้ว่า
คนเรามันก็มีส่วนผสมของความเป็นผู้หญิง และความเป็นผู้ชายอยู่ในตัว
อันนี้พูดในกรณีว่าถ้าเชื่อในคำนิยามที่สังคมพยายามให้ความแตกต่างระหว่างหญิงชายที่นอกเหนือจากเพศสภาพ
พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ นอกจากอวัยวะ และแรงขับทางฮอร์โมนที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิดแล้ว ผู้หญิงกับผู้ชายก็ไม่มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนหรอก
ดูอย่างเพื่อนชายที่ตุ้งติ้ง กับเพื่อนหญิงโคตรห้าว มันก็มาจากสภาพสังคม การเลี้ยงดู และการเรียนรู้ ผู้ชายบางคนดูแกร่งกร้าว แต่กลับเสียน้ำตาให้หนังรัก ผู้หญิงบางคนก็มึงมาพาโวย ท้าตีท้าต่อย แต่กลับรักดอกไม้ และชอบงานบ้านเป็นชีวิตจิดใจ
ส่วนพวกที่ล้ำเส้นไปไกลหน่อย ก็จะกลายเป็นพวกเกิดผิดร่างไป
นี่แค่นิสัยนะ รสนิยมก็คงคล้ายกัน ผู้ชายสองคนสนิทกันมาก ๆ ก็อาจเปลี่ยนจากเพื่อนรัก มาเป็นผัวรักก็เป็นได้
แต่ case นี้ยังไม่เคยเห็นแฮะ

เรารู้สึกเห็นใจพวกเค้านะ เพราะคนใจแคบบางคนเค้าก็ไม่ยอมรับ มีผู้ชายเยอะทีเดียว ที่เป็นพวกเกลียดตุ๊ด เกลียดเกย์ (คนพวกนี้ส่วนใหญ่ จะเป็นพวกมีแนวโน้มเคยสังเกตมั้ย) ชอบบอกว่าโดนพวกตุ๊ด พวกเกย์คุกคามทางเพศ ทางสายตา หรือไม่ก็ทางร่างกาย ก็ขอให้คิดซะว่ามีผู้หญิงหน้าตาไม่ดีมาลวนลามแทนแล้วกัน
บางคนก็ไม่ชอบเพราะว่าคนพวกนี้มักจะแรง เอ่อ...แรดน่ะ ว่าง่าย ๆ
เราก็มีทฤษฎีเรื่องนี้เหมือนกัน กล่าวคือการแสดงออก (exposure) ว่าตัวเองแตกต่าง เนี่ยต้องอาศัยความกล้าเอามาก ๆ นะ โดยแสดงออกว่าตัวเองเป็นเพศอื่น ๆ เนี่ย
เพราะฉะนั้นพวกที่ come out of the shadow ได้ก็ต้องแรงในระดับหนึ่ง ต้องเป็นพวกมั่นใจสุด ๆ เพื่อจะได้ต่อสู้กับสายตาที่มองมาได้ ตุ๊ดส่วนใหญ่ในท้องตลาดจึงมักแรด แรง กล้าแสดงออก และเรียกร้องความสนใจ (โปรดติดตามตอนต่อไป)



Friday, June 17, 2005

ขออุทิศblogนี้ ให้แก่สมาชิกวงเม้าท์ที่กำลังจะแยกย้าย

ในโอกาสที่เพื่อน ๆชาว MA รหัส 45 ถึงคราวไปผุดไปเกิด
วงเม้าท์หลังมื้อเที่ยง ที่เคยนั่งเม้าท์แตก ตากแอร์ ผึ่งพุง ก็คงจะต้องมีอันเป็นไป
จึงขออุทิศ blog นี้ เป็นวงเม้าท์วงใหม่
ใครไปอยู่ผิดที่ผิดถิ่นจะได้ไม่เหงาใจ
หน้าใหม่อยากแจมก็ไม่รังเกียจ

ตอนแรกกะว่าเขียนเล่าเรื่อง ชีวิตตอนทำ thesis ให้ฟัง

แต่พอจะเขียนก็ต้องชะงักมือกลับ แบบที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า 'flinch'

ด้วยว่าแผลยังสดนัก เอาไว้ทำใจได้แล้วจะมาเล่าให้ฟัง เศร้ายังกะหนังชีวิต

ตอนนี้เอาเรื่องเบาๆ ก่อนดีกว่า

โปรดติดตามตอนต่อไป (ก็ยังไม่ได้ฤกษ์เขียนซะทีสิน่า)


Thursday, June 16, 2005

บ้านใหม่

yaimai.blogspot.com มีอันต้องล่มไป
เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปแก้ไข หรือโพสท์ใหม่
ไม่เป็นไร ย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วกัน

ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค้าบ