เมื่อฉันมีรูมเมท เป็นเลสเบี้ยน
3 ปีก่อน เมื่อสมัยชีวิตยังระหกระเหเร่ร่อน ก็ได้จับพลัดจับผลูมาอยู่ร่วมห้องกับเพื่อนสมัยเรียนม.ต้นคนนึง
นิสัยเข้ากันได้ พูดคุยถูกคอ ต่อกันติดถึงจะไม่ได้เจอกันมา 5-6 ปี
อยู่กันไปซักพัก เพื่อนก็เปิดอกเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง
ว่ามันเป็น “เลสเบี้ยน”
สำหรับท่านที่ไม่ถนัดในเรื่องนิยาม จะขอให้คำจำกัดความดังนี้
“เลสเบี้ยน” เป็น รสนิยมทางเพศแบบหนึ่งของผู้หญิง ซึ่งจะรักใคร่ชอบพอกับผู้หญิงด้วยกัน คล้าย ๆ กับ “เกย์” ซึ่งเป็นผู้ชายที่ชอบผู้ชายด้วยกัน (จริง ๆ แล้วเกย์ใช้ได้ทั้งสองเพศ แต่คนไทยนิยมใช้กับผู้ชาย) สองประเภทนี้เป็นประเภทที่พอใจเพศสภาพของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ได้คิดอยากเป็นเพศตรงข้าม แต่พึงใจในเพศรสของเพศเดียวกัน
พวกที่ไม่พอใจในเพศสภาพของตัวเอง เหมือนเกิดมาผิดร่าง ก็ได้แก่ “ตุ๊ด” หญิงในร่างชาย หรือ “ทอม” ชายในร่างหญิง ด้วยความสำนึกในเพศที่แท้จริงของตัวเอง จริงมักพึงใจกับไม้ป่าเดียวกัน ผู้หญิง ที่ชอบชายในร่างหญิง ก็มีศัพท์บัญญัติเหมือนกัน เรียกว่า “ดี้”
ไอ้เพื่อนเราดูภายนอกมันก็เป็นผู้หญิง แต่งเนื้อแต่งตัวเป็นผู้หญิง แอบเปรี้ยวอีกต่างหาก ที่มันสารภาพก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะตกหลุมรักดิฉันหรอกนะคะคุณ เพราะแฟนมันเนี่ยสวยขนาดที่ผู้ชายทั่วไปต้องหยุดมอง
ส่วนดิฉันเองก็ยังคงนิยมผู้ชายอยู่อย่างเหนียวแน่น
จากการได้ฟังมันเล่าก็พบว่า คนพวกนี้นี่มักจะมีปมในวัยเด็กมาทั้งนั้น
อย่างเพื่อนเรามันเล่าว่า ทั้งมันและแฟนมัน มาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ ตัวเพื่อนเองเนี่ย อยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่อนุบาล 1 ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับแม่ อารมณ์ว่าขาดความอบอุ่นจากแม่ เลยทดแทนด้วยความรักจากเพศแม่
ส่วนแฟนเพื่อน พ่อแม่ตายตั้งแต่ยังแบเบาะ ก็คงมีสาเหตุคล้าย ๆ กัน
พอต้องอยู่ด้วยกันก็เลยพยายามทำความเข้าใจ พวกเพศอื่น ๆ ให้มากขึ้น แล้วก็คิดได้ว่า
คนเรามันก็มีส่วนผสมของความเป็นผู้หญิง และความเป็นผู้ชายอยู่ในตัว
อันนี้พูดในกรณีว่าถ้าเชื่อในคำนิยามที่สังคมพยายามให้ความแตกต่างระหว่างหญิงชายที่นอกเหนือจากเพศสภาพ
พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ นอกจากอวัยวะ และแรงขับทางฮอร์โมนที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิดแล้ว ผู้หญิงกับผู้ชายก็ไม่มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนหรอก
ดูอย่างเพื่อนชายที่ตุ้งติ้ง กับเพื่อนหญิงโคตรห้าว มันก็มาจากสภาพสังคม การเลี้ยงดู และการเรียนรู้ ผู้ชายบางคนดูแกร่งกร้าว แต่กลับเสียน้ำตาให้หนังรัก ผู้หญิงบางคนก็มึงมาพาโวย ท้าตีท้าต่อย แต่กลับรักดอกไม้ และชอบงานบ้านเป็นชีวิตจิดใจ
ส่วนพวกที่ล้ำเส้นไปไกลหน่อย ก็จะกลายเป็นพวกเกิดผิดร่างไป
นี่แค่นิสัยนะ รสนิยมก็คงคล้ายกัน ผู้ชายสองคนสนิทกันมาก ๆ ก็อาจเปลี่ยนจากเพื่อนรัก มาเป็นผัวรักก็เป็นได้
แต่ case นี้ยังไม่เคยเห็นแฮะ
เรารู้สึกเห็นใจพวกเค้านะ เพราะคนใจแคบบางคนเค้าก็ไม่ยอมรับ มีผู้ชายเยอะทีเดียว ที่เป็นพวกเกลียดตุ๊ด เกลียดเกย์ (คนพวกนี้ส่วนใหญ่ จะเป็นพวกมีแนวโน้มเคยสังเกตมั้ย) ชอบบอกว่าโดนพวกตุ๊ด พวกเกย์คุกคามทางเพศ ทางสายตา หรือไม่ก็ทางร่างกาย ก็ขอให้คิดซะว่ามีผู้หญิงหน้าตาไม่ดีมาลวนลามแทนแล้วกัน
บางคนก็ไม่ชอบเพราะว่าคนพวกนี้มักจะแรง เอ่อ...แรดน่ะ ว่าง่าย ๆ
เราก็มีทฤษฎีเรื่องนี้เหมือนกัน กล่าวคือการแสดงออก (exposure) ว่าตัวเองแตกต่าง เนี่ยต้องอาศัยความกล้าเอามาก ๆ นะ โดยแสดงออกว่าตัวเองเป็นเพศอื่น ๆ เนี่ย
เพราะฉะนั้นพวกที่ come out of the shadow ได้ก็ต้องแรงในระดับหนึ่ง ต้องเป็นพวกมั่นใจสุด ๆ เพื่อจะได้ต่อสู้กับสายตาที่มองมาได้ ตุ๊ดส่วนใหญ่ในท้องตลาดจึงมักแรด แรง กล้าแสดงออก และเรียกร้องความสนใจ (โปรดติดตามตอนต่อไป)

2 Comments:
แหม เขียนยังกับพี่เป็นเบี้ยนเลยนะ
รู้ลึกรู้จริงมากๆ
อย่างนี้ขอยกตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านเพศทางเลือกให้ไปเล้ยยยย อิอิอิอิ
ไหมเชี่ยวชาญด้าน "เลือกทางเพศ" ครับ
ไม่ใช่ "เพศทางเลือก"
ฮา...
Post a Comment
<< Home